มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.)

มหาวิทยาลัยขอนแก่น

มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ตอนนี้นั่งแหง่วรอติดตั้ง IPPBX ที่ มข. ให้ @GCThai เคยเรียนที่นี่เมื่อยี่สิบปีก่อนไม่รู้เปลี่ยนไปขนาดไหนแล้ว เมื่อสองปีก่อนเคยได้รับฟอร์เวิร์ดเมล์จากพี่โดมส่งไฟล์นี้มาให้ ไม่ระบุชื่อผู้เขียน ไม่ระบุคณะและรุ่น แต่เท่าที่อ่านดูน่าจะเป็นคณะวิศวะฯและจบไปเมื่อไม่กี่ปีมานี้

พี่โดมบอกว่า “กูไม่รู้จักซักอย่าง”

ก็ ใช่อะดิ ก็รุ่นที่พวกผมอยู่โรงอาหารมันขายข้าวราดแกงสองอย่าง 5 บาท, ข้าวไข่เจียวหมูสับจานละ 6 บาท, ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กลูกชิ้นชามละ 7 บาท พิเศษ 8 บาท(แถมลูกชิ้นสองลูก) ที่สำคัญค่าลงทะเบียนเรียน 20 หน่วยกิตไม่ถึง 500 บาท (ระดับมหาวิทยาลัย หน่วยกิตละ 20 บาท ย้ำ)

หมายเหตุ ตัวหนังสือสีเทาเป็นความเห็นของผม(เจ้าของบล็อก)เอง ในฟอร์เวิร์ดเมล์มีดังนี้

ใครที่คิดถึงมข. อ่านแล้วต้องมีรอยยิ้ม คิดถึงความหลังแน่ๆ เลย

  1.  มข. มีพื้นที่กว้างมากๆ เกือบ 6000 ไร่
  2. อคร. (ย่อมาจาก อาคารเรียนโคตรร้อน) คณะ วิทย์เป็นตึกที่โทรมมาก ไม่มีแอร์ 70% ของเด็กที่ เรียน or-chem คาบบ่าย ที่ตึกนี้ล้วนแต่คิดในใจว่า ‘ฆ่ากรูซะ’
  3. ทุกคณะจะมาเรียน Eng ที่คณะมนุษย์ โดยจะแบ่งเป็น หลายๆ sec ตามระดับความไฮโซ ที่คณะผม เชื่อกันว่าเด็กที่ เรียน sec 6 หมายถึง ‘พูด eng ได้คล่องยังกับลูกฝรั่ง’ ส่วนเด็กที่เรียน sec 24 หมายถึง ‘แค่ท่อง A – Z ได้ก็เก่ง แล้ว’
  4. ห้องสมุดกลางของ มข. มี 6 ชั้น แต่ตอนออกจากห้องสมุด หลายๆ คนมักจะหลงเดินลงไปถึงชั้น 1 ซึ่งเป็นชั้นใต้ ดิน (จริงๆ แล้วทางออกอยู่ชั้น2)
  5. รสนิยมการดื่มเหล้าของเด็ก มข. มี 2 แบบ คือ พวกที่เปิด Red ที่ U-bar กับพวกที่ตั้งวงสุราขาวหลังมอ
    (รู้สึก รุ่นผมจะรู้จักแต่ฟูนันแฮะ อ้อ มีเธคอยู่สองสามที่ ก็มีไฮเธค, วิลล่า, อีลิท แล้วก็เธคใต้โรงแรมโรมา ที่ที่มีเรื่องราวประหลาดๆเกิดขึ้นมากมายกับผมและเพื่อนๆ ส่วนการดื่มเหล้านี่เป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้ เคยชวนฝรั่งที่พักหอข้างๆมาดวดเหล้าขาวด้วยกันยันเช้า ฝรั่งชาวออสเตรเลีย ทำงานเป็นผู้เชี่ยวชาญที่คณะแพทย์ ต่อมาเพื่อนผมพาแกไปหาสาวๆในเมือง แกร้องอยู่คำเดียว โอ..เวรี่ชีพ เวรี่ชีพ)
  6. เท่าที่ได้ยิน มา 40% ของเด็กที่อยู่หอพยาบาลไม่ใช่เด็กคณะพยาบาล
  7. คนที่ไปวิ่งบึงสีฐานมีจุดประสงค์เพื่อ’สร้างเสริมสุขภาพ’ ในขณะที่ คนที่ไปวิ่งสระพลาสติกมีจุดประสงค์เพื่อ ‘เสาะหาอาหาร ตา’
  8. ที่หลังคาเหล็กทุกๆเย็น จะมีคนมาเต้น แอโรบิค โดย มีเพียง ร้อยละ 2 เท่านั้น ที่ ‘เต้นเพื่อสุขภาพจริงๆ’ ซึ่งอีก ร้อยละ 90 นั้น ‘เต้นเพื่อเอาเกรด A วิชาพละ’ ส่วนที่เหลือ อีกร้อยละ 8 ที่ไปเต้นนั้น จะมีจุดประสงค์ คล้ายๆกับคนที่ไป วิ่งสระพลาสติก
  9. ‘สระพลาสติก’ ของ มข. ถูกตั้งชื่อนี้มาเพราะมีพลาสติกบุรองอยู่ข้างใต้สระแห่งนี้ ‘ห้ามปล่อย สัตว์น้ำ’ และ ‘ห้ามนำสุนัขไปอาบน้ำในสระ’
    (สาเหตุ ที่มีพลาสติกรองอยู่ใต้สระก็เพราะ มข. อยู่บนที่สูง ไม่มีแหล่งน้ำที่จะใช้อุปโภค บริโภค ญี่ปุ่นเลยมาทำสระน้ำให้มีน้ำใช้ตลอดปี)
  10. 80% ของ คนที่รับประทานอาหารที่ ‘โรงชาย’ เป็น ผู้หญิง กับ ผู้หญิงประเภท 2
  11. ‘ตึกหลอด’ อยู่คณะวิทย์ เป็นตึกที่ เรียน Lab แล้วสนุกที่สุด (มีอุปกรณ์ฟิสิกส์แปลกๆยั้วเยี้ย เต็มไปหมด)
  12. มข. เป็นมหาลัยที่มีหอพักนักศึกษา มาก ที่สุด และค่าหอก็ถูกที่สุดด้วย
    (ไม่รู้ว่าตอนนี้เท่าไหร่ แต่ตอนที่ผมอยู่ค่าหอพักเทอมละ 240 บาท ค่าน้ำ ค่าไฟ ฟรีอีกต่างหาก)
  13. คุณต้องทำ กิจกรรมอย่างน้อยเดือนละ 10 วัน ถึงจะมีสิทธิ์เข้าอยู่หอในของ มข.
  14. ยามที่ มข. แต่งตัวคล้าย ตำรวจสายตรวจมากๆ ต้อง แยกออกจากกันให้ดี ๆ
  15. ฤดูร้อนที่ มข. อุณหภูมิ จะร้อน กว่า 40 องศา ส่วนฤดูหนาว อุณหภูมิจะลดต่ำลงถึง 20 องศา ดังนั้นเด็ก มข. หลายคนจึงกระเสือกกระสนไปอยู่หอนอกเพียงเพราะต้องการแอร์กับเครื่องทำน้ำอุ่น
  16. มข. มีโรงเรียนสาธิตถึง 2 แห่ง คือ สาธิตศึกษาศาสตร์ฯกับสาธิตมอดินแดงฯ
  17. complex เป็นศูนย์รวมอาหารและบริการของนัก ศึกษาที่นี่ ที่นี่เป็นแหล่งรวมสถาบันติวของเด็ก มข. ที่เปิดอย่างลับ ๆ (รุ่นพี่เปิดติวรุ่นน้องนั่นแหละ) เป็นที่ซุ่มอ่านหนังสือในยามดึกสงัดของคืนวันก่อนสอบ และที่น่าสนใจคือ บอร์ดติดประกาศของ complex ที่มีประกาศแทบทุกชนิดมาติดเอาไว้ ตั้งแต่ดินสอหาย สุนัขหาย สามีหายออกจากบ้าน ประกาศขายมือถือ ขายสกู๊ตเตอร์ ขาย vcd ซีรี่ส์หนังเกาหลี ประกาศห้องว่างให้เช่า แต่ที่ผมว่าเด็ดสุด ก็ตรงที่มีประกาศจับคนร้ายขโมยกระเป๋า ตังค์พร้อมเปิดเผยหน้าตาด้วยนี่แหละ
  18. ‘ตึกเพียร วิจิตร’ เป็นสมบัติของคณะวิดวะที่มีคนเข้าไปอ่านหนังสือมากพอๆ กับหอสมุดกลาง แต่อีกที่หนึ่งที่มีคนไปอ่านหนังสือมากพอๆกันคือ ‘โรงอาหารคณะแพทย์’
  19. ประตูทางเข้า มข. ใหญ่สุดในประเทศไทย
  20. สาย 8 เป็นรถประจำทางที่วิ่ง เข้า-ออก มข. ซึ่ง พขร. ของสาย 8ส่วนใหญ่ขับรถได้….!@#$%…..มาก คือจะขับรถกลางเส้นถนนด้วยความเร็ว 20 km/ ชั่วโมง(ตอนผมอยู่ค่ารถในมอ 1 บาท นอกมอ 2 บาท มีสายเก่ากับสายใหม่ ผมอยู่สองปีถึงขึ้นถูกสาย)
  21. วิ่งรอบ มข. 5 รอบ = วิ่งจากขอนแก่นไปอุดรฯ
  22. ‘สระชนเห็นชอบ’ เป็นสระว่ายน้ำที่ดีที่สุดของ มข.แต่ไม่มีใครไปใช้บริการเพราะไม่มีน้ำในสระ
  23. พี่ชายภราดร ศรีชาพันธ์ เป็นอาจารย์สอนเทนนิส ที่ มข.
  24. เสื้อครุย ของ มข. ตอนรับปริญญา เป็นสีขาวนะ
  25. ‘สะพานขาว’ เป็นสะพานยาว ๆ ข้าง สระพลาสติก มีเจ้าที่ชื่อ ‘เจ๊ขาว’ เป็นผู้หญิงผมยาวๆ ใส่ชุดสี ขาว เจ๊แกชอบออกมาทักทายเด็กที่ ขับมอไซด์ผ่านสะพานตอนดึก ๆ
  26. วิ่งกลั้นหายใจข้ามสะพานขาว แล้วจะขอ พรอะไรก็ได้ 1 ข้อ
  27. ถ้าคุณขี้เกียจวิ่ง จะ เปลี่ยนเป็นกลั้นหายใจ ขับมอไซด์ ด้วยความเร็วไม่เกิน 40km/ชั่วโมง ก็ไม่ว่ากัน
  28. รุ่นพี่คณะวิดวะ เล่าให้ฟัง ว่า แต่ก่อน มข. ก็คือพื้นที่แห้งแล้งดี ๆ นี่เองแต่คณะวิดวะ สมัยนั้นรับน้องโดยการให้น้องปลูกต้นไม้คนละ 1 ต้น แล้วดูแลอย่าให้มันตายไม่งั้นโดนทำโทษ จนในที่สุด เดี๋ยวนี้หันไปมองทางไหนใน มข. ก็เจอแต่ป่า
  29. คณะ ที่ก่อตั้งพร้อม ๆ กับ มข. คือ เกษตร และ วิดวะ
  30. ไก่ย่าง U-center เป็นไก่ย่างที่อร่อยที่สุดใน โลก
  31. ละครคณะวิทยาการสนุกดี งบเยอะมาก ละครคณะมนุษย์นักแสดงหน้าตาดีที่สุด ละครคณะวิดวะ มุก ตลกฮาที่สุด ส่วน ละครคณะแพทย์ขายบัตร VIP แพงที่สุด (แต่ก็คุ้มค่านะ) ละครถาปัดเน้นฉากอลังการละครศึกษาเน้นครบทุกรสชาติหนุกมากมายแถมราคาบัตรถูก แสนถูกคุ้มค่าบัตรโคตรเลยว่ะ บัตรที่ไหนว่ะ 50 บาท กูเพิ่ง เจอ
  32. กังสดาล ถือเป็นแหล่งที่รวบรวมอาหาร หอนอก และสาวเภสัช เอาไว้มากที่สุดใน มข.
  33. กังสดาล แบ่งเป็น กังบน กับ กังล่าง สมัยก่อน กังบนขายแต่อาหารแพง ๆ เน้นรสชาติ ส่วนกังล่างขายอาหารถูก ๆ เน้น ปริมาณกับคุณภาพ แต่เดี๋ยวนี้เนื้อที่ กังบน โดนทุบเอาไปสร้าง ถนนเกือบหมดแล้วทำให้ร้านอาหารที่กังบนส่วนใหญ่ ย้ายลงมาเบียดกับร้านอาหารที่ กังล่าง ซะ งั้น
  34. U-center คือแหล่งรวมอาหาร ร้านเกม และร้านการ์ตูน ของ มข.
  35. ที่ U-center จะมีซอยๆ หนึ่ง ชื่อว่า ‘ซอยโลกีย์’ ไม่ขออธิบายนะ ชื่อมันฟ้องอยู่ แล้ว
  36. ก๋วยเตี่ยวดู๋ดี๋ที่ซอย โลกีย์ อร่อยกว่าทุก สาขา ใน มข.
  37. คุณ สามารถดูหนังเกาหลี 3 เรื่อง 20 บาท ได้ที่ U-center
  38. คุณสามารถร้องเกะชั่วโมงละ 50 บาท ได้ที่ U-center
  39. อย่าสับสนระหว่าง U-center กับ U-barเพราะมันไม่เกี่ยวข้องกันเลย U-bar ไม่ได้อยู่ในมอนะ อย่าเข้าใจผิด
  40. โรงพยาบาลศรีนครินทร์เป็นที่ตั้งของคณะ แพทย์ มข. เป็นโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดในอีสาน มีคนไข้เยอะมากจนถึงขั้นต้องเอาเสื่อไปปูนั่งที่ลานจอดรถเพื่อรอเข้า ห้องตรวจโรค
  41. เค้าเล่ากันว่า อย่ามองจั่วของตึกคณะ ถาปัด ขณะขับรถเพราะมันจะเกิดอุบัติเหตุ
  42. เจ๊พร เป็นแหล่งรวม ร้านอาหาร ร้านนม และของกุ๊กกิ๊ก ของ มข.
  43. ร้าน 25th copy เป็นร้าน ถ่ายเอกสาร ตั้งอยู่ที่เจ๊พร ถ้าเกิดตำรวจลองเข้ามาตรวจค้นจริง ๆ มีหวังเจ้าของร้านโดนค่าปรับโทษฐานละเมิดลิขสิทธิ์เป็นร้อย ล้าน แน่ๆ เพราะเจ๊แกเล่นเอาหนังสือเกือบทั้งห้องสมุด + ข้อสอบเก่า ของทุกคณะ ทุกชั้นปีมา copy ขายเองหมด
  44. มี Virus คอมพิวเตอร์ ชื่อ ‘clip VDO’ ระบาดหนักในมข. เมื่อปี 2546 จนถึงขั้น พบไวรัสตัวนี้ในแฮนดี้ไดรฟ์และคอมทุกเครื่องของ นักศึกษา มข.
  45. ที่ มข. มีร้านดอกไม้วางแผงขายที่กังสดาล วัน ธรรมดา กุหลาบดอกละ 5 บาท วันวาเลนไทน์ กุหลาบดอกละ 50 ส่วนวันรับปริญญา ซื้อกุหลาบ 1 ช่อ = ค่าเช่ารถสาย 8 วิ่งรอบขอนแก่น
  46. ก่อนจะมาเรียน มข. หัดขับ ยานพาหนะ ให้ได้ ซักอย่างก่อนจะดีมาก เอาแค่จักรยานก็ยัง ดี
  47. ร้านตัดผมที่ มข. ที่ดัง ๆ มี 2 ที่คือ complex กับ BigCut โดยค่าตัดผมที่ complex หัวละ 40 บาท ส่วน ที่ BigCut หัวละ 200 บาท ซึ่งสุดท้ายแล้วผู้ที่ใช้บริการ ทั้ง 2 ร้านนี้ต่างก็ต้องลงเอยที่ทรงสกินเฮ้ดด้วยกันทั้งสิ้น
  48. ‘เจ้าพ่อมอดินแดง’ คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็น ที่เคารพของชาว มข. มีคนนำช้างกับม้ามาถวายท่านเจ้าพ่อเฉลี่ยวันละ100 ตัว
  49. คณะทุกคณะย่อมจะต้องมีห้องประชุมใหญ่เป็นของ ตนเอง แต่เท่าที่เห็นเวลามหา’ลัยจะจัดกิจกรรมอะไรซักที ถ้าไม่ใช้ห้องประชุมของคณะศึกษาศาสตร์ก็ต้องห้องประชุมของ สัตวแพทย์
  50.  ’หลังเต่า’ คือหอประชุมใหญ่ของ มหาลัย ตั้ง อยู่ริมบึงสีฐาน หน้ามอเป็นหอประชุมที่รูปทรงสวยมากในความคิด ของผม ถ้าสีมันซีดลงอีกนิด เวลามองไกล ๆ คงจะคล้าย ๆ โอเปร่าเฮาส์ ที่อยู่ในออสเตรเลีย หอประชุมนี้จะเปิดใช้ในงานสำคัญ ๆ เช่น ปฐมนิเทศนักศึกษา ไหว้ครู บายศรีสู่ขวัญ พระราชทานปริญญาบัตร และ งาน EXPO เป็นต้น
  51. ท่า boom ของ มข. ถือเป็น ท่า boomที่มีประสิทธิภาพมากเพราะคุณจะได้ออกกำลังกายทั้ง หน้า ท้อง สะโพก ต้นขา ลำคอ และหลัง
  52. สีประจำ มข. คือ สีอิฐ
  53. ดอกไม้ประจำ มข. คือ ดอกกัลปพฤกษ์ ซึ่ง ทุกวันนี้เพื่อนผมบางคนยังถามผมว่า “ไอ้ดอกนี่มันปลูกอยู่ส่วนไหนของ มอเราวะ?’
  54. ภายใน มข. มีร้าน seven-eleven ถึง 10 สาขา
  55. ร้าน seven-eleven สาขากังสดาล ถือเป็นอะไรที่ ไร้สาระที่สุดในโลก เพราะดันมี 2 สาขามา เปิดห่างกันแค่ 10 เมตร
  56. นิตยสาร Boom comic เป็นนิตยสารสุดฮิตมากใน มข. ฮิตขนาดไหนน่ะเหรอ ก็ขนาดร้านการ์ตูนที่ U-center สั่งมา อาทิตย์ละร้อย ๆ เล่ม ยังสามารถขายได้หมดภายในวันเดียวน่ะ สิ
  57. ที่ complex ขายข้าวแกงหลากหลาย พอๆกับบุฟเฟต์ โรงแรมโซฟิเทล
  58. ไม่มีปีใดที่ freshy มข. จะผ่านเชียร์กลางโดยไม่ได้ยินเสียงร้องไห้แห่งพลังสามัคคี
  59. เพลงมาร์ช มข. เพราะจริงๆ นะ
  60. สนามกีฬากลาง มข. เป็นสนามที่ออกแนว ‘สาธารณะ’ มาก ๆ หลายเดือนก่อนเห็นโรงเรียนอนุบาลที่ไหนก็ไม่รู้ มาขอใช้สนามกีฬากลางมอเราแข่งกีฬาสีซะงั้น
  61. จำนวนนักศึกษา มข. ทั้งหมดมี 50,000 คน สามารถเกณฑ์เอานักศึกษา มข.ไปลงชื่อขับไล่รัฐมนตรีได้สบายๆ เลยล่ะ
  62. ร้าน CSK เป็นร้านเน็ตที่ดัง และใหญ่มาก ใน มข. ถ้าคุณไม่รู้มาก่อน ว่านี่คือร้านเน็ต คุณจะต้องนึกว่าที่นี่คือ บริษัท IBM ชัวร์
  63. ถ้าคุณสังเกตดีๆ ด่านตรวจจับหมวกกันน็อกใน มข. ทุกด่าน ทั้งตรงทางเข้ากังสดาล ทางเข้า U-center หรือตรง ทางออกฝั่งเจ้าพ่อมอดินแดง จะต้องมีถนนเล็ก ๆ ตัดผ่านก่อนจะถึงด่านตรวจเพื่อให้เราขับอ้อมหนีตำรวจเสมอ
  64. หอ 27 ผีดุสุดๆๆๆ ส่วนหอ 25 สาวๆ น่ารักสุดๆ
  65. ค่าเทอมของ มข. 1 หน่วยกิต แพงกว่า รามฯ 35 บาท
  66. สุดท้ายแล้ว ที่ มข. มีกลอนที่พวกพี่ ๆ เค้าแต่งไว้รับน้อง มข. ไพเราะและกินใจมากๆลองอ่านดูนะครับ..

แม้ที่นี้ไม่มีตราพระธรรมจักร
ก็ไม่ไร้ร้างรักดอกน้องแก้ว
แม้ไม่มีพระเกี้ยวขวัญอันพราวแพรว
ก็เพริดแพร้วพระธาตุพนมชมทั่วไทย
ไม่ได้ติดเข็มพระเกี้ยวเที่ยวอวดโฉม
ไม่ได้เป็นลูกแม่โดมที่ฝันไฝ่
มาติดเข็มพระธาตุเราจะเป็นไร
เพราะเราไซร้ล้วนลิขิตชีวิตเอง

This entry was posted in สนทนาปัญหาบ้าบอ, เล่าสู่กันฟัง and tagged , . Bookmark the permalink.

8 Responses to มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.)

  1. bara says:

    “แม้ที่นี้ไม่มีตราพระธรรมจักร
    ก็ไม่ไร้ร้างรักดอกน้องแก้ว
    แม้ไม่มีพระเกี้ยวขวัญอันพราวแพรว
    ก็เพริดแพร้วพระธาตุพนมชมทั่วไทย
    ไม่ได้ติดเข็มพระเกี้ยวเที่ยวอวดโฉม
    ไม่ได้เป็นลูกแม่โดมที่ฝันไฝ่
    มาติดเข็มพระธาตุเราจะเป็นไร
    เพราะเราไซร้ล้วนลิขิตชีวิตเอง”

    ความจริงแล้วกลอนนี้เป็นกลอนที่อาจารย์คณะมนุษย์ศาสตร์เป็นผู้แต่งค่ะ อาจารย์ท่านใดจำชื่อท่านไม่ได้จำได้ว่าท่านสอน public Speaking

    แต่พวกพี่ๆเค้านำไปใช้รับนร้องกันจึงเข้าใจผิดคิดว่าเป็นรุ่นพี่แต่ง

    ขอบคุณมากๆนะคะสำหรับข้อมูล

    รักมข.จัง

  2. วรรณนิกร มวลสุข says:

    อาจารย์คนนั้นชื่อ ผศ.อนงค์ รุ่งแจ้ง ครับ อยู่ภาควิชาภาษาไทย อ ผมเอง เหอๆๆๆ

    ขออนุญาตเพิ่มเติมอีกอย่าง คือ ข้อ29 นั้นคลาดเคลื่อนหน่อยนึง คือ มข.แรกก่อตั้งมี3คณะ อีกคณะคือ คณะวิทยาศาสตร์และอักษรศาสตร์ คณบดีคือท่าน ศ.พิมล กลกิจ นั่นเอง ซึ่งปัจจุบันคณะนี้แยกเป็น 1 คณะวิทยาศาสตร์ 2 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ 3 คณะเทคโนโลยี 4 คณะวิทยาการจัดการ 5 คณะนิติศาสตร์ 6 คณะศิลปกรรมศาสตร์ 7 วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น ครับ

  3. วรรณนิกร มวลสุข says:

    *สีประจำ มข. ปัจจุบันให้เรียกตาม พรบ มข ว่า -สีดินแดง-
    *csk เจ๊งแล้ว ตอนนี้กลายเป็นลานจอดรถ
    *ดอกกัลปพฤกษ์มีอยู่ทั่ว มข จะบานตอนช่วงที่นักศึกษาปีสุดท้าย จบ คือช่วงหน้าหนาว ปัจจุบันมีการปลูกเพิ่มจำนวนมาก
    และอีกหลายๆอย่างที่เปลี่ยนไป

    -
    -
    -
    และความเปลี่ยนแปลง
    ก็คือเสน่ห์ของ มข

  4. กล้วยหอม says:

    ขอเป็นลูก กัลปพฤกษ์ ด้วยคนนะคะ ขอบคุณมากๆค่ะ ^^

  5. กล้วยหอม says:

    อยากเป็นลูกกัลปพฤกษ์มากๆค่ะ อวยพรขอให้หนูติดสัมภาษณ์ด้วยนะค่ะ พรุ่งนี้สอบเเล้วค่ะ ขอบคุณนะคะ ^^

  6. chet says:

    ยินดีด้วยกับกัลปพฤกษ์ช่อที่ 47 (ถ้าจำไม่ผิด) ครับ

  7. กรีธากร says:

    อ. อนงค์บอกว่า
    แม้ที่นี้ไม่มีตราพระธรรมจักร
    ก็ไม่ไร้ร้างรักดอกน้องแก้ว
    แม้ไม่มีพระเกี้ยวขวัญอันพราวแพรว
    ก็เพริดแพร้วพระธาตุพนมชมทั่วไทย
    บทนี้อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เป็นผู้ประพันธ์ ส่วน

    ไม่ได้ติดเข็มพระเกี้ยวเที่ยวอวดโฉม
    ไม่ได้เป็นลูกแม่โดมที่ฝันไฝ่
    มาติดเข็มพระธาตุเราจะเป็นไร
    เพราะเราไซร้ล้วนลิขิตชีวิตเอง”

    อ.อนงค์ท่านแต่งเพิ่ม (อ.สาขาผมเองครับ อิอิ อ.ท่านเก่งมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ)

  8. วิทยา says:

    มข.มีทุกอย่างให้คุณเลือกสรรค์

    อิอิ

    อิอิ

ใส่ความเห็น

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>