มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ตอนนี้นั่งแหง่วรอติดตั้ง IPPBX ที่ มข. ให้ @GCThai เคยเรียนที่นี่เมื่อยี่สิบปีก่อนไม่รู้เปลี่ยนไปขนาดไหนแล้ว เมื่อสองปีก่อนเคยได้รับฟอร์เวิร์ดเมล์จากพี่โดมส่งไฟล์นี้มาให้ ไม่ระบุชื่อผู้เขียน ไม่ระบุคณะและรุ่น แต่เท่าที่อ่านดูน่าจะเป็นคณะวิศวะฯและจบไปเมื่อไม่กี่ปีมานี้
พี่โดมบอกว่า “กูไม่รู้จักซักอย่าง”
ก็ ใช่อะดิ ก็รุ่นที่พวกผมอยู่โรงอาหารมันขายข้าวราดแกงสองอย่าง 5 บาท, ข้าวไข่เจียวหมูสับจานละ 6 บาท, ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กลูกชิ้นชามละ 7 บาท พิเศษ 8 บาท(แถมลูกชิ้นสองลูก) ที่สำคัญค่าลงทะเบียนเรียน 20 หน่วยกิตไม่ถึง 500 บาท (ระดับมหาวิทยาลัย หน่วยกิตละ 20 บาท ย้ำ)
หมายเหตุ ตัวหนังสือสีเทาเป็นความเห็นของผม(เจ้าของบล็อก)เอง ในฟอร์เวิร์ดเมล์มีดังนี้
ใครที่คิดถึงมข. อ่านแล้วต้องมีรอยยิ้ม คิดถึงความหลังแน่ๆ เลย
- มข. มีพื้นที่กว้างมากๆ เกือบ 6000 ไร่
- อคร. (ย่อมาจาก อาคารเรียนโคตรร้อน) คณะ วิทย์เป็นตึกที่โทรมมาก ไม่มีแอร์ 70% ของเด็กที่ เรียน or-chem คาบบ่าย ที่ตึกนี้ล้วนแต่คิดในใจว่า ‘ฆ่ากรูซะ’
- ทุกคณะจะมาเรียน Eng ที่คณะมนุษย์ โดยจะแบ่งเป็น หลายๆ sec ตามระดับความไฮโซ ที่คณะผม เชื่อกันว่าเด็กที่ เรียน sec 6 หมายถึง ‘พูด eng ได้คล่องยังกับลูกฝรั่ง’ ส่วนเด็กที่เรียน sec 24 หมายถึง ‘แค่ท่อง A – Z ได้ก็เก่ง แล้ว’
- ห้องสมุดกลางของ มข. มี 6 ชั้น แต่ตอนออกจากห้องสมุด หลายๆ คนมักจะหลงเดินลงไปถึงชั้น 1 ซึ่งเป็นชั้นใต้ ดิน (จริงๆ แล้วทางออกอยู่ชั้น2)
- รสนิยมการดื่มเหล้าของเด็ก มข. มี 2 แบบ คือ พวกที่เปิด Red ที่ U-bar กับพวกที่ตั้งวงสุราขาวหลังมอ
(รู้สึก รุ่นผมจะรู้จักแต่ฟูนันแฮะ อ้อ มีเธคอยู่สองสามที่ ก็มีไฮเธค, วิลล่า, อีลิท แล้วก็เธคใต้โรงแรมโรมา ที่ที่มีเรื่องราวประหลาดๆเกิดขึ้นมากมายกับผมและเพื่อนๆ ส่วนการดื่มเหล้านี่เป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้ เคยชวนฝรั่งที่พักหอข้างๆมาดวดเหล้าขาวด้วยกันยันเช้า ฝรั่งชาวออสเตรเลีย ทำงานเป็นผู้เชี่ยวชาญที่คณะแพทย์ ต่อมาเพื่อนผมพาแกไปหาสาวๆในเมือง แกร้องอยู่คำเดียว โอ..เวรี่ชีพ เวรี่ชีพ)- เท่าที่ได้ยิน มา 40% ของเด็กที่อยู่หอพยาบาลไม่ใช่เด็กคณะพยาบาล
- คนที่ไปวิ่งบึงสีฐานมีจุดประสงค์เพื่อ’สร้างเสริมสุขภาพ’ ในขณะที่ คนที่ไปวิ่งสระพลาสติกมีจุดประสงค์เพื่อ ‘เสาะหาอาหาร ตา’
- ที่หลังคาเหล็กทุกๆเย็น จะมีคนมาเต้น แอโรบิค โดย มีเพียง ร้อยละ 2 เท่านั้น ที่ ‘เต้นเพื่อสุขภาพจริงๆ’ ซึ่งอีก ร้อยละ 90 นั้น ‘เต้นเพื่อเอาเกรด A วิชาพละ’ ส่วนที่เหลือ อีกร้อยละ 8 ที่ไปเต้นนั้น จะมีจุดประสงค์ คล้ายๆกับคนที่ไป วิ่งสระพลาสติก
- ‘สระพลาสติก’ ของ มข. ถูกตั้งชื่อนี้มาเพราะมีพลาสติกบุรองอยู่ข้างใต้สระแห่งนี้ ‘ห้ามปล่อย สัตว์น้ำ’ และ ‘ห้ามนำสุนัขไปอาบน้ำในสระ’
(สาเหตุ ที่มีพลาสติกรองอยู่ใต้สระก็เพราะ มข. อยู่บนที่สูง ไม่มีแหล่งน้ำที่จะใช้อุปโภค บริโภค ญี่ปุ่นเลยมาทำสระน้ำให้มีน้ำใช้ตลอดปี)- 80% ของ คนที่รับประทานอาหารที่ ‘โรงชาย’ เป็น ผู้หญิง กับ ผู้หญิงประเภท 2
- ‘ตึกหลอด’ อยู่คณะวิทย์ เป็นตึกที่ เรียน Lab แล้วสนุกที่สุด (มีอุปกรณ์ฟิสิกส์แปลกๆยั้วเยี้ย เต็มไปหมด)
- มข. เป็นมหาลัยที่มีหอพักนักศึกษา มาก ที่สุด และค่าหอก็ถูกที่สุดด้วย
(ไม่รู้ว่าตอนนี้เท่าไหร่ แต่ตอนที่ผมอยู่ค่าหอพักเทอมละ 240 บาท ค่าน้ำ ค่าไฟ ฟรีอีกต่างหาก)- คุณต้องทำ กิจกรรมอย่างน้อยเดือนละ 10 วัน ถึงจะมีสิทธิ์เข้าอยู่หอในของ มข.
- ยามที่ มข. แต่งตัวคล้าย ตำรวจสายตรวจมากๆ ต้อง แยกออกจากกันให้ดี ๆ
- ฤดูร้อนที่ มข. อุณหภูมิ จะร้อน กว่า 40 องศา ส่วนฤดูหนาว อุณหภูมิจะลดต่ำลงถึง 20 องศา ดังนั้นเด็ก มข. หลายคนจึงกระเสือกกระสนไปอยู่หอนอกเพียงเพราะต้องการแอร์กับเครื่องทำน้ำอุ่น
- มข. มีโรงเรียนสาธิตถึง 2 แห่ง คือ สาธิตศึกษาศาสตร์ฯกับสาธิตมอดินแดงฯ
- complex เป็นศูนย์รวมอาหารและบริการของนัก ศึกษาที่นี่ ที่นี่เป็นแหล่งรวมสถาบันติวของเด็ก มข. ที่เปิดอย่างลับ ๆ (รุ่นพี่เปิดติวรุ่นน้องนั่นแหละ) เป็นที่ซุ่มอ่านหนังสือในยามดึกสงัดของคืนวันก่อนสอบ และที่น่าสนใจคือ บอร์ดติดประกาศของ complex ที่มีประกาศแทบทุกชนิดมาติดเอาไว้ ตั้งแต่ดินสอหาย สุนัขหาย สามีหายออกจากบ้าน ประกาศขายมือถือ ขายสกู๊ตเตอร์ ขาย vcd ซีรี่ส์หนังเกาหลี ประกาศห้องว่างให้เช่า แต่ที่ผมว่าเด็ดสุด ก็ตรงที่มีประกาศจับคนร้ายขโมยกระเป๋า ตังค์พร้อมเปิดเผยหน้าตาด้วยนี่แหละ
- ‘ตึกเพียร วิจิตร’ เป็นสมบัติของคณะวิดวะที่มีคนเข้าไปอ่านหนังสือมากพอๆ กับหอสมุดกลาง แต่อีกที่หนึ่งที่มีคนไปอ่านหนังสือมากพอๆกันคือ ‘โรงอาหารคณะแพทย์’
- ประตูทางเข้า มข. ใหญ่สุดในประเทศไทย
- สาย 8 เป็นรถประจำทางที่วิ่ง เข้า-ออก มข. ซึ่ง พขร. ของสาย 8ส่วนใหญ่ขับรถได้….!@#$%…..มาก คือจะขับรถกลางเส้นถนนด้วยความเร็ว 20 km/ ชั่วโมง(ตอนผมอยู่ค่ารถในมอ 1 บาท นอกมอ 2 บาท มีสายเก่ากับสายใหม่ ผมอยู่สองปีถึงขึ้นถูกสาย)
- วิ่งรอบ มข. 5 รอบ = วิ่งจากขอนแก่นไปอุดรฯ
- ‘สระชนเห็นชอบ’ เป็นสระว่ายน้ำที่ดีที่สุดของ มข.แต่ไม่มีใครไปใช้บริการเพราะไม่มีน้ำในสระ
- พี่ชายภราดร ศรีชาพันธ์ เป็นอาจารย์สอนเทนนิส ที่ มข.
- เสื้อครุย ของ มข. ตอนรับปริญญา เป็นสีขาวนะ
- ‘สะพานขาว’ เป็นสะพานยาว ๆ ข้าง สระพลาสติก มีเจ้าที่ชื่อ ‘เจ๊ขาว’ เป็นผู้หญิงผมยาวๆ ใส่ชุดสี ขาว เจ๊แกชอบออกมาทักทายเด็กที่ ขับมอไซด์ผ่านสะพานตอนดึก ๆ
- วิ่งกลั้นหายใจข้ามสะพานขาว แล้วจะขอ พรอะไรก็ได้ 1 ข้อ
- ถ้าคุณขี้เกียจวิ่ง จะ เปลี่ยนเป็นกลั้นหายใจ ขับมอไซด์ ด้วยความเร็วไม่เกิน 40km/ชั่วโมง ก็ไม่ว่ากัน
- รุ่นพี่คณะวิดวะ เล่าให้ฟัง ว่า แต่ก่อน มข. ก็คือพื้นที่แห้งแล้งดี ๆ นี่เองแต่คณะวิดวะ สมัยนั้นรับน้องโดยการให้น้องปลูกต้นไม้คนละ 1 ต้น แล้วดูแลอย่าให้มันตายไม่งั้นโดนทำโทษ จนในที่สุด เดี๋ยวนี้หันไปมองทางไหนใน มข. ก็เจอแต่ป่า
- คณะ ที่ก่อตั้งพร้อม ๆ กับ มข. คือ เกษตร และ วิดวะ
- ไก่ย่าง U-center เป็นไก่ย่างที่อร่อยที่สุดใน โลก
- ละครคณะวิทยาการสนุกดี งบเยอะมาก ละครคณะมนุษย์นักแสดงหน้าตาดีที่สุด ละครคณะวิดวะ มุก ตลกฮาที่สุด ส่วน ละครคณะแพทย์ขายบัตร VIP แพงที่สุด (แต่ก็คุ้มค่านะ) ละครถาปัดเน้นฉากอลังการละครศึกษาเน้นครบทุกรสชาติหนุกมากมายแถมราคาบัตรถูก แสนถูกคุ้มค่าบัตรโคตรเลยว่ะ บัตรที่ไหนว่ะ 50 บาท กูเพิ่ง เจอ
- กังสดาล ถือเป็นแหล่งที่รวบรวมอาหาร หอนอก และสาวเภสัช เอาไว้มากที่สุดใน มข.
- กังสดาล แบ่งเป็น กังบน กับ กังล่าง สมัยก่อน กังบนขายแต่อาหารแพง ๆ เน้นรสชาติ ส่วนกังล่างขายอาหารถูก ๆ เน้น ปริมาณกับคุณภาพ แต่เดี๋ยวนี้เนื้อที่ กังบน โดนทุบเอาไปสร้าง ถนนเกือบหมดแล้วทำให้ร้านอาหารที่กังบนส่วนใหญ่ ย้ายลงมาเบียดกับร้านอาหารที่ กังล่าง ซะ งั้น
- U-center คือแหล่งรวมอาหาร ร้านเกม และร้านการ์ตูน ของ มข.
- ที่ U-center จะมีซอยๆ หนึ่ง ชื่อว่า ‘ซอยโลกีย์’ ไม่ขออธิบายนะ ชื่อมันฟ้องอยู่ แล้ว
- ก๋วยเตี่ยวดู๋ดี๋ที่ซอย โลกีย์ อร่อยกว่าทุก สาขา ใน มข.
- คุณ สามารถดูหนังเกาหลี 3 เรื่อง 20 บาท ได้ที่ U-center
- คุณสามารถร้องเกะชั่วโมงละ 50 บาท ได้ที่ U-center
- อย่าสับสนระหว่าง U-center กับ U-barเพราะมันไม่เกี่ยวข้องกันเลย U-bar ไม่ได้อยู่ในมอนะ อย่าเข้าใจผิด
- โรงพยาบาลศรีนครินทร์เป็นที่ตั้งของคณะ แพทย์ มข. เป็นโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดในอีสาน มีคนไข้เยอะมากจนถึงขั้นต้องเอาเสื่อไปปูนั่งที่ลานจอดรถเพื่อรอเข้า ห้องตรวจโรค
- เค้าเล่ากันว่า อย่ามองจั่วของตึกคณะ ถาปัด ขณะขับรถเพราะมันจะเกิดอุบัติเหตุ
- เจ๊พร เป็นแหล่งรวม ร้านอาหาร ร้านนม และของกุ๊กกิ๊ก ของ มข.
- ร้าน 25th copy เป็นร้าน ถ่ายเอกสาร ตั้งอยู่ที่เจ๊พร ถ้าเกิดตำรวจลองเข้ามาตรวจค้นจริง ๆ มีหวังเจ้าของร้านโดนค่าปรับโทษฐานละเมิดลิขสิทธิ์เป็นร้อย ล้าน แน่ๆ เพราะเจ๊แกเล่นเอาหนังสือเกือบทั้งห้องสมุด + ข้อสอบเก่า ของทุกคณะ ทุกชั้นปีมา copy ขายเองหมด
- มี Virus คอมพิวเตอร์ ชื่อ ‘clip VDO’ ระบาดหนักในมข. เมื่อปี 2546 จนถึงขั้น พบไวรัสตัวนี้ในแฮนดี้ไดรฟ์และคอมทุกเครื่องของ นักศึกษา มข.
- ที่ มข. มีร้านดอกไม้วางแผงขายที่กังสดาล วัน ธรรมดา กุหลาบดอกละ 5 บาท วันวาเลนไทน์ กุหลาบดอกละ 50 ส่วนวันรับปริญญา ซื้อกุหลาบ 1 ช่อ = ค่าเช่ารถสาย 8 วิ่งรอบขอนแก่น
- ก่อนจะมาเรียน มข. หัดขับ ยานพาหนะ ให้ได้ ซักอย่างก่อนจะดีมาก เอาแค่จักรยานก็ยัง ดี
- ร้านตัดผมที่ มข. ที่ดัง ๆ มี 2 ที่คือ complex กับ BigCut โดยค่าตัดผมที่ complex หัวละ 40 บาท ส่วน ที่ BigCut หัวละ 200 บาท ซึ่งสุดท้ายแล้วผู้ที่ใช้บริการ ทั้ง 2 ร้านนี้ต่างก็ต้องลงเอยที่ทรงสกินเฮ้ดด้วยกันทั้งสิ้น
- ‘เจ้าพ่อมอดินแดง’ คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็น ที่เคารพของชาว มข. มีคนนำช้างกับม้ามาถวายท่านเจ้าพ่อเฉลี่ยวันละ100 ตัว
- คณะทุกคณะย่อมจะต้องมีห้องประชุมใหญ่เป็นของ ตนเอง แต่เท่าที่เห็นเวลามหา’ลัยจะจัดกิจกรรมอะไรซักที ถ้าไม่ใช้ห้องประชุมของคณะศึกษาศาสตร์ก็ต้องห้องประชุมของ สัตวแพทย์
- ’หลังเต่า’ คือหอประชุมใหญ่ของ มหาลัย ตั้ง อยู่ริมบึงสีฐาน หน้ามอเป็นหอประชุมที่รูปทรงสวยมากในความคิด ของผม ถ้าสีมันซีดลงอีกนิด เวลามองไกล ๆ คงจะคล้าย ๆ โอเปร่าเฮาส์ ที่อยู่ในออสเตรเลีย หอประชุมนี้จะเปิดใช้ในงานสำคัญ ๆ เช่น ปฐมนิเทศนักศึกษา ไหว้ครู บายศรีสู่ขวัญ พระราชทานปริญญาบัตร และ งาน EXPO เป็นต้น
- ท่า boom ของ มข. ถือเป็น ท่า boomที่มีประสิทธิภาพมากเพราะคุณจะได้ออกกำลังกายทั้ง หน้า ท้อง สะโพก ต้นขา ลำคอ และหลัง
- สีประจำ มข. คือ สีอิฐ
- ดอกไม้ประจำ มข. คือ ดอกกัลปพฤกษ์ ซึ่ง ทุกวันนี้เพื่อนผมบางคนยังถามผมว่า “ไอ้ดอกนี่มันปลูกอยู่ส่วนไหนของ มอเราวะ?’
- ภายใน มข. มีร้าน seven-eleven ถึง 10 สาขา
- ร้าน seven-eleven สาขากังสดาล ถือเป็นอะไรที่ ไร้สาระที่สุดในโลก เพราะดันมี 2 สาขามา เปิดห่างกันแค่ 10 เมตร
- นิตยสาร Boom comic เป็นนิตยสารสุดฮิตมากใน มข. ฮิตขนาดไหนน่ะเหรอ ก็ขนาดร้านการ์ตูนที่ U-center สั่งมา อาทิตย์ละร้อย ๆ เล่ม ยังสามารถขายได้หมดภายในวันเดียวน่ะ สิ
- ที่ complex ขายข้าวแกงหลากหลาย พอๆกับบุฟเฟต์ โรงแรมโซฟิเทล
- ไม่มีปีใดที่ freshy มข. จะผ่านเชียร์กลางโดยไม่ได้ยินเสียงร้องไห้แห่งพลังสามัคคี
- เพลงมาร์ช มข. เพราะจริงๆ นะ
- สนามกีฬากลาง มข. เป็นสนามที่ออกแนว ‘สาธารณะ’ มาก ๆ หลายเดือนก่อนเห็นโรงเรียนอนุบาลที่ไหนก็ไม่รู้ มาขอใช้สนามกีฬากลางมอเราแข่งกีฬาสีซะงั้น
- จำนวนนักศึกษา มข. ทั้งหมดมี 50,000 คน สามารถเกณฑ์เอานักศึกษา มข.ไปลงชื่อขับไล่รัฐมนตรีได้สบายๆ เลยล่ะ
- ร้าน CSK เป็นร้านเน็ตที่ดัง และใหญ่มาก ใน มข. ถ้าคุณไม่รู้มาก่อน ว่านี่คือร้านเน็ต คุณจะต้องนึกว่าที่นี่คือ บริษัท IBM ชัวร์
- ถ้าคุณสังเกตดีๆ ด่านตรวจจับหมวกกันน็อกใน มข. ทุกด่าน ทั้งตรงทางเข้ากังสดาล ทางเข้า U-center หรือตรง ทางออกฝั่งเจ้าพ่อมอดินแดง จะต้องมีถนนเล็ก ๆ ตัดผ่านก่อนจะถึงด่านตรวจเพื่อให้เราขับอ้อมหนีตำรวจเสมอ
- หอ 27 ผีดุสุดๆๆๆ ส่วนหอ 25 สาวๆ น่ารักสุดๆ
- ค่าเทอมของ มข. 1 หน่วยกิต แพงกว่า รามฯ 35 บาท
- สุดท้ายแล้ว ที่ มข. มีกลอนที่พวกพี่ ๆ เค้าแต่งไว้รับน้อง มข. ไพเราะและกินใจมากๆลองอ่านดูนะครับ..
แม้ที่นี้ไม่มีตราพระธรรมจักร
ก็ไม่ไร้ร้างรักดอกน้องแก้ว
แม้ไม่มีพระเกี้ยวขวัญอันพราวแพรว
ก็เพริดแพร้วพระธาตุพนมชมทั่วไทย
ไม่ได้ติดเข็มพระเกี้ยวเที่ยวอวดโฉม
ไม่ได้เป็นลูกแม่โดมที่ฝันไฝ่
มาติดเข็มพระธาตุเราจะเป็นไร
เพราะเราไซร้ล้วนลิขิตชีวิตเอง






“แม้ที่นี้ไม่มีตราพระธรรมจักร
ก็ไม่ไร้ร้างรักดอกน้องแก้ว
แม้ไม่มีพระเกี้ยวขวัญอันพราวแพรว
ก็เพริดแพร้วพระธาตุพนมชมทั่วไทย
ไม่ได้ติดเข็มพระเกี้ยวเที่ยวอวดโฉม
ไม่ได้เป็นลูกแม่โดมที่ฝันไฝ่
มาติดเข็มพระธาตุเราจะเป็นไร
เพราะเราไซร้ล้วนลิขิตชีวิตเอง”
ความจริงแล้วกลอนนี้เป็นกลอนที่อาจารย์คณะมนุษย์ศาสตร์เป็นผู้แต่งค่ะ อาจารย์ท่านใดจำชื่อท่านไม่ได้จำได้ว่าท่านสอน public Speaking
แต่พวกพี่ๆเค้านำไปใช้รับนร้องกันจึงเข้าใจผิดคิดว่าเป็นรุ่นพี่แต่ง
ขอบคุณมากๆนะคะสำหรับข้อมูล
รักมข.จัง
อาจารย์คนนั้นชื่อ ผศ.อนงค์ รุ่งแจ้ง ครับ อยู่ภาควิชาภาษาไทย อ ผมเอง เหอๆๆๆ
ขออนุญาตเพิ่มเติมอีกอย่าง คือ ข้อ29 นั้นคลาดเคลื่อนหน่อยนึง คือ มข.แรกก่อตั้งมี3คณะ อีกคณะคือ คณะวิทยาศาสตร์และอักษรศาสตร์ คณบดีคือท่าน ศ.พิมล กลกิจ นั่นเอง ซึ่งปัจจุบันคณะนี้แยกเป็น 1 คณะวิทยาศาสตร์ 2 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ 3 คณะเทคโนโลยี 4 คณะวิทยาการจัดการ 5 คณะนิติศาสตร์ 6 คณะศิลปกรรมศาสตร์ 7 วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น ครับ
*สีประจำ มข. ปัจจุบันให้เรียกตาม พรบ มข ว่า -สีดินแดง-
*csk เจ๊งแล้ว ตอนนี้กลายเป็นลานจอดรถ
*ดอกกัลปพฤกษ์มีอยู่ทั่ว มข จะบานตอนช่วงที่นักศึกษาปีสุดท้าย จบ คือช่วงหน้าหนาว ปัจจุบันมีการปลูกเพิ่มจำนวนมาก
และอีกหลายๆอย่างที่เปลี่ยนไป
-
-
-
และความเปลี่ยนแปลง
ก็คือเสน่ห์ของ มข
ขอเป็นลูก กัลปพฤกษ์ ด้วยคนนะคะ ขอบคุณมากๆค่ะ ^^
อยากเป็นลูกกัลปพฤกษ์มากๆค่ะ อวยพรขอให้หนูติดสัมภาษณ์ด้วยนะค่ะ พรุ่งนี้สอบเเล้วค่ะ ขอบคุณนะคะ ^^
ยินดีด้วยกับกัลปพฤกษ์ช่อที่ 47 (ถ้าจำไม่ผิด) ครับ
อ. อนงค์บอกว่า
แม้ที่นี้ไม่มีตราพระธรรมจักร
ก็ไม่ไร้ร้างรักดอกน้องแก้ว
แม้ไม่มีพระเกี้ยวขวัญอันพราวแพรว
ก็เพริดแพร้วพระธาตุพนมชมทั่วไทย
บทนี้อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เป็นผู้ประพันธ์ ส่วน
ไม่ได้ติดเข็มพระเกี้ยวเที่ยวอวดโฉม
ไม่ได้เป็นลูกแม่โดมที่ฝันไฝ่
มาติดเข็มพระธาตุเราจะเป็นไร
เพราะเราไซร้ล้วนลิขิตชีวิตเอง”
อ.อนงค์ท่านแต่งเพิ่ม (อ.สาขาผมเองครับ อิอิ อ.ท่านเก่งมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ)
มข.มีทุกอย่างให้คุณเลือกสรรค์
อิอิ
อิอิ