web analytics

ผู้เฒ่า ป.4 กับงานประดิษฐ์จานดาวเทียมทีวี

ลุงเหลือ(ข้อความทั้งหมดจาก http://modernine.mcot.net)

ถ้าพูดถึงงานอดิเรก ในช่วงบั้นปลายชีวิต ของคนชราทั่วไปส่วนใหญ่ คงจะหนีไม่พ้นการปลูกต้นไม้ นั่งเล่นหมากรุก อยู่กับบ้านเลี้ยงลูกเลี้ยงหลาน หรือเข้าวัดฟังเทศน์ฟังธรรม หากแต่มีชายชราคนหนึ่ง ที่วันหนึ่งๆ เกือบตลอด 24 ชั่วโมง ใช้วันเวลาหมดไปกับการนั่งคิด สร้างสรรค์ ประดิษฐ์คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ตามหัวคิดแบบชาวบ้านๆ

นักประดิษฐ์ชาว บ้าน นักวิทยาศาสตร์ ป.4 หรือใครจะให้นิยามอะไรก็ตาม แต่คนในแถบอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ จะคุ้นตากันดี กับชายชราร่างสูงใหญ่วัยเกือบ 80 ปี ที่ผมเผ้ามีแต่จะลดน้อยถอยลง ฟันฟางก็หักหมดปาก ที่วันๆ ง่วนอยู่กับกองเศษวัสดุเหลือใช้มากมาย ที่คนนำไปทิ้งขว้าง เศษขยะต่างๆ เหล่านี้
ชายชราคนเดียวกัน กลับมองว่าของทุกอย่างล้วนมีประโยชน์ทุกชิ้น ไม่ควรจะทิ้งอย่างไร้ค่า ฉะนั้นบ้านไม้สองชั้นทั้งหลัง จึงเต็มไปด้วยเศษวัสดุ สิ่งของมากมายหลากหลายชนิด ที่แออัดยัดเยียดอยู่ในทุกพื้นที่ของบริเวณบ้าน ชายชราที่กำลังเอ่ยถึงคนนี้มีชื่อว่า ลุงเหลือ เปรมปราคิน อดีตลูกจ้างประจำ ของกรมชลประทาน ที่เริ่มต้นทำงานตั้งแต่อายุ 22 ปี จนกระทั่งถึงวัยปลดเกษียณ

“ตอนเด็กๆ ผมชอบแกะนู้นแกะนี่ ชอบสงสัยว่า เครื่องยนต์กลไกมันเป็นอย่างไร และผมก็เรียนรู้ทุกอย่างด้วยตัวเองตลอด ตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด คอมพิวเตอร์ เครื่องยลกลไก การออกแบบโครงสร้างต่างๆ รีโมทคอนโทรล, เครื่องไฮโดรลิค, ช่างเชื่อม, ช่างไฟฟ้า, ช่างก่อสร้าง และอื่นๆ อีกทุกชนิด ทุกวันนี้ผมก็ยังศึกษาค้นคว้า ในเรื่องที่ผมยังไม่รู้อีกมากมาย ผมว่าการเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจอยู่”
สิ่งประดิษฐ์มากมายหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น หมวกกันน็อคที่สามารถฟังเพลงได้ เครื่องตัดหญ้าแบบใช้ รีโมทคอนโทรลเครื่องใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เครื่องบินบังคับวิทยุ แม้กระทั่งเครื่องบินเล็กที่ใช้ขับได้จริง สิ่งประดิษฐ์เหล่านี้ ล้วนเกิดจากเศษวัสดุเหลือใช้ทั้งนั้น แต่ในจำนวนสิ่งประดิษฐ์มากมาย หลากหลายที่ผ่านมันสมอง ผ่านหัวคิดสร้างสรรค์ จินตนาการของนักประดิษฐ์ชาวบ้านๆ แบบลุงเหลือ ก็คงไม่มีสิ่งประดิษฐ์ชิ้นไหนน่าทึ่ง เท่ากับสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้ นั่นก็คือ จานดาวเทียมกะทะเหล็ก ของลุงเหลือนั่นเอง
“ช่วงที่มีจานดาวเทียมเข้ามาเมืองไทยใหม่ๆ ที่สร้างขึ้นมาที่สถานีจานดาวเทียมที่ศรีราชา กว้าง 29 เมตร หนัก 200 กว่าตัน ลงทุนไปทั้งหมด 141 ล้านบาท ผมก็สนใจและพยายามศึกษาค้นคว้ามาตลอด โดยหาความรู้จากหนังสือทั่วไปทั้งอเมริกา และอังกฤษ ภาษาอังกฤษผมอ่านไม่ออกหรอก แต่เราก็ใช้ตัวช่วยให้คอมพิวเตอร์ทำการแปลให้ ผมก็ศึกษาค้นคว้ามาเรื่อยๆ จนจานดาวเทียมเป็นที่แพร่หลายมากขึ้น ราคาก็เริ่มลดลงประมาณ 38,000 บาท แต่เงินเดือนของผมไม่กี่บาท ผมจึงรวบรวมเงินเก็บเท่าที่มี ไปขอซื้อจานดาวเทียม แต่ขอซื้อเฉพาะจานอย่างเดียวเขาไม่ให้ ผมก็เลยคิดค้นทำเองเลย โดยทดลองเอาสิ่งของใกล้ตัว อย่างเช่น เหล็กอะลูมิเนียมตู้กับข้าว กะทะที่เราใช้ทำกับข้าว โดยคิดว่าอะไรที่มันสะท้อนคลื่นได้นั้นก็สามารถทำได้หมด”

จานดาวเทียมกะทะเหล็กของลุงเหลือ จึงถูกนำไปติดตั้งตามโรงเรียนต่างๆ ทั้งใกล้และไกล เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ระบบการศึกษาทางไกล ผ่านดาวเทียมจากจานกะทะเหล็กของลุงเหลือ ด้วยความคิดที่ว่า ความรู้ไม่ควรถูกปิดกั้น แต่ควรจะกระจายไปทุกที่ทุกตำบล เพราะเป็นคนที่เรียนรู้ทุกอย่างอยู่ตลอดเวลา ในบั้นปลายชีวิตของลุงเหลือ จึงคิดว่าทำอย่างไรจึงจะให้ได้งานมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ และเวลาที่เหลืออยู่ ก็มีแต่ถดถอยลงไปทุกขณะ ลุงเหลือจึงใช้เวลาอย่างคุ้มค่า และเป็นประโยชน์มากที่สุด
วันเวลาในช่วงกลางวันในแต่ละวัน ถ้าไม่หมดไปกับการประดิษฐ์คิดค้นสิ่งต่างๆ ก็จะมีคนที่สนใจเรื่องจานดาวเทียมทั้งใกล้ และไกลเดินทางมาขอคำแนะนำบ้าง หรือบางวันลุงเหลื อก็จะเดินทางไปตามโรงเรียนต่างๆ ที่เชิญมา ให้ไปสอนให้กับครู อาจารย์ นักเรียน ไม่เว้นแม้แต่สอนนักการภารโรง เกี่ยวกับการบำรุงรักษา ส่วนในช่วงกลางคืน ลุงเหลือก็ไม่ได้ทิ้งเวลาให้เปล่าประโยชน์ ศึกษาค้นคว้าในอินเตอร์เน็ต บางทีก็เขียนโปรแกรมออโต้แวร์ เพื่อนำมาสร้างสื่อการเรียนการสอน บันทึกลงแผ่นซีดี แจกจ่ายไปตามโรงเรียนต่างๆ อีกด้วย

“ผมไม่คิดที่จะทำขาย หรือจดลิขสิทธิ์ ผมอยากให้ความรู้กระจายไปในทุกพื้นที่ ดังนั้นผมถือว่ามันเป็นกุศล ที่ผมได้มอบให้กับคนอื่น อันดับแรก คือร่างกายผมไม่ป่วยยังแข็งแรงดี สองผมความจำยังดี ยังทำประโยชน์ได้ และสามคือผมพออยู่พอกิน ไม่ได้อยากร่ำรวยอะไร เพราะฉะนั้นเรื่องเงินเรื่องเล็ก ถ้าตัวเราอยู่สุขสบายแล้วล่ะก็ วิธีคิดเหล่านี้ผมได้มาจากพระราชดำรัสของในหลวง คือคิดอะไรให้มันง่ายๆ เข้าไว้อย่าสลับซับซ้อน คนอื่นเขาจะได้ทำตามได้”

ข้อมูลจาก: http://modernine.mcot.net

Leave a Comment