ไปรษณียบัตร
ภูเก็ต กระบี่ EP.3 – บนเกาะพีพี
บนเกาะพีพีจะเหมือนเมืองอีกเมืองที่มีคนไทยเป็นชนกลุ่มน้อย อาหารการกินจะมีอาหารไทยเป็นส่วนน้อยเช่นกัน ค่าใช้จ่ายถือว่าแพงเอาการถ้าเทียบกับส่วนอื่นๆ(ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว)ของประเทศไทย ที่พักมีหลายระดับแต่ส่วนใหญ่ราคาจะขึ้นลงตามฤดูกาล ถ้าเป็นไฮซีซั่นราคาจะสูงมาก ส่วนตอนที่ไปนี่ยังเป็นหน้าโลว์เลยสามารถหาที่พักได้ในราคาที่สบายกระเป๋าหน่อย

ชายหาดด้านหลังเกาะ
เชียงตุง รัฐฉาน พม่า
ผมไปเชียงตุงเพื่อสำรวจเส้นทางท่องเที่ยว เผื่อพาครอบครัวไปเที่ยวในช่วงวันหยุดปิดเทอม เป็นตัวเลือกที่สองต่อจากเว้-ฮอยอัน มีโอกาสชมในเมืองและวัดแถวรอบนอกนิดหน่อย เชียงตุงเป็นเมืองที่ให้ความสุขทางจิตใจจริงๆ ค่าใช้จ่ายไม่แพงครับยกเว้นค่าเช่ารถป้ายแดง ค่าเช่ามอเตอร์ไซค์ก็ประมาณสี่ร้อยบาทต่อวัน เติมน้ำมัน 1 ลิตร(26บาท) วิ่งได้ทั้งวันเลย
ผมจะไม่เล่าประวัติที่มาที่ไปของเมืองเชียงตุงนะครับ เพราะไม่ใช่คาบเรียนวิชาประวัติศาสตร์ แต่ถ้าใครต้องการทราบละเอียดก็คลิกที่ลิงค์ข้างล่างเลยครับ
คลิก คลิก คลิก

ไปเชียงรายโดยสายการบินวันทูโก

ก่อนลงจอดบินผ่านกลุ่มเมฆสวยดี

ฝนตกตอนถึงเชียงราย แต่เครื่องลงจอดนิ่มนวลมากๆ

นั่งแท๊กซี่(Volvo)มา บขส.เพื่อต่อรถไปแม่สาย แวะเติมพลังตอนเช้าด้วยก๋วยเตี๋ยว

ประมาณชั่วโมงนิดๆก็ถึงแม่สาย ต่อสองแถวมาที่ด่านท่าขี้เหล็ก

ทำเรื่องขอผ่านจุดผ่านแดนเพื่อข้ามไปฝั่งพม่า รายละเอียดอยู่ที่ด่านมีบอกครับ ขี้เกียจเล่า เหอๆ

เหมารถป้ายแดงเพื่อไปเชียงตุง ซึ่งห่างจากท่าขี้เหล็กประมาณ 160 กิโลเมตร

ที่ท่ารถอีกมุม รถพวกนี้ติดแอร์ธรรมชาติครับ ตลอดทางเปิดหน้าต่างให้ลมตีหน้า ให้ความรู้สึกที่ดีจริงๆ

ตลอดระหว่างทางไปเชียงตุงก็จะมีแต่ลำธาร ภูเขา ภูเขา และภูเขาแบบนี้

พักเติมอาหารที่เมืองแพรก (Pyak) ขอกระซิบว่าลูกสาวร้านโยวมาต๋าวตั๋น ชาวไทยใหญ่ที่ชื่อน้องคำ น่ารักมั่กๆอิอิ

ก๋วยเตี๋ยวถ้วยแรกไม่อิ่ม พอขอเบิ้ลเขาเลยใส่ผักให้ซะเต็มชาม

วันที่ไปฝนเพิ่งหยุดตก เจอดินหินถล่มขวางตลอดทางเลย ในภาพรถตักดินกำลังเคลียร์ทางให้

ไปถึงตอนค่ำๆเข้าพักที่โรงแรมนี้ชื่อโรงแรมแสงทิพย์ เจ้าของเป็นชาวเชียงตุงเชื้อสายยูนนาน เข้าใจว่าเส้นก๊วยจั๊บพอสมควรเพราะมีดิสโก้เธคหนึ่งเดียวในเชียงตุงอยู่ที่นี่ด้วย

ภาพโรงแรมตอนกลางคืน ที่นี่ผมเจอรถมอ’ไซค์วัยรุ่นมืดฟ้ามัวดินที่หน้าดิสโก้เธคในวันถัดมา สอบถามไกด์(คนขับแท๊กซี่)ว่าทำไมคนมาเที่ยวเยอะ ไกด์ตอบว่าที่มาเที่ยวเยอะเพราะเป็นวันพระ ผมถึงกับร้อง “หาาาาาาา…” ไกด์บอก “ใช่ครับคนที่นี่จะเที่ยวสองวันคือวันอาทิตย์กับวันพระ”
แหม ผมนึกภาพเธคในวันพระที่ตรงกับวันอาทิตย์ไม่ออกเลย

ร้านปิ้งย่างหน้าโรงแรม ดำๆแบบนี้แต่อร่อยนะครับ จริงๆแล้วมีขวดเขียวๆของ Myanmar Beer ด้วย แต่ขอเซ็นเซอร์เดี๋ยวที่บ้านมาเจอ

เงินพม่าครับ 1000 จ๊าดเท่ากับประมาณ 26 บาท ใครไปเที่ยวแนะนำให้แลกเงินจ๊าดครับ ถึงแม้ร้านค้าจะรับเงินไทยแต่ชอบตีราคาไปที่ 1000 จ๊าดต่อ 30 บาท ขาดทุนเยอะเลย

แชมพูและสบู่ของโรงแรมครับ สินค้าอุปโภคในเมืองนี้ 80% จะ Made in Thailand ครับ

ห้องน้ำอย่างดีเลยนะครับ มีเครื่องทำน้ำร้อน ค่าห้องพัก 600 บาทต่อคืน

ตื่นเช้ากินอาหารเช้าที่โรงแรมแล้วนั่งสกายแล็บ(เหมือนสามล้อเมืองอุดรฯ)ไปที่ตลาดใหญ่(กาดหลวง) ดันไปเจอคนขับแท็กซี่คนที่พามาเมื่อวาน เลยให้หามอเตอร์ไซค์ให้ พอได้มอเตอร์ไซค์ก็ออกแรดรอบเมือง

ประตูเมืองเก่าครับ ขอไม่เล่าประวัตินะเพราะไม่ได้อยู่ในคาบเรียนประวัติศาสตร์

ตอนขับรถเที่ยวชมเมือง หลงทางมาที่ประตูนี้ได้สิบกว่ารอบได้ ที่นี่ขับรถเลนขวานะครับ ผมเผลอเลี้ยวแล้วตบเข้าซ้ายอยู่ครั้งสองครั้ง เจอด่าด้วยแต่ฟังไม่ออก ไม่รู้ย่าของลูกผมจะสะดุ้งเป็นบางคราวบ้างหรือเปล่า

วัดจอมสักที่มีพระใหญ่ยืนชี้นิ้ว ชี้ไปทางหนองเชียงตุงครับ แต่ชี้ไปทำไมผมกำลังค้นข้อมูลอยู่ เพราะเชื่อว่าหลายคนก็สงสัยเหมือนผมเช่นกัน

ยืนถ่ายภาพจากใต้ร่มมะขาม เพราะเที่ยงตรงแดดกำลังเปรี้ยงๆเลย

นักศึกษาคู่นี้ สงสัยมาทำรายงานซักอย่าง

จากนั้นขับมอเตอร์ไซค์ออกนอกเมืองไปเรื่อยเปื่อย

มาเจอมหาวิทยาลัยของเมืองครับ มหาวิทยาลัยเชียงตุง (เค็งตง)

ขับไปอีกฟากของเมือง

ขึ้นเขาไปเจออีกวัด

ที่จริงมีป้ายชื่อภาษาไทยนะแต่ไม่ได้จดไว้ เข้าไปไหว้พระ ได้รับแอปเปิ้ลจากพระอาจารย์มาแทะเล่นด้วย (เขามีแต่ฆราวาสถวายของแด่พระ นี่ผม vice versa เลยนะเนี่ย)

บริเวณวัดบนเขาครับ

บริเวณเดียวกัน (ขออภัยที่ไม่มีข้อมูลเลย)

หนองเชียงตุงตอนกลางวัน ประทานโทด ผมขับรถวนหาหนองเชียงตุงนี้จนท้อ วนอยู่เกือบชั่วโมงนึงได้ จนจะไม่ดูแล้วพอดีเห็นทางแยกที่ยังไม่เคยไป พอเลี้ยวปุ๊บเจอเลยเหมือนหาหมวกที่อยู่บนหัวตัวเอง ขับรถวนรอบหนองตุงทั้งวันแต่หาไม่เจอ

หนองเชียงตุงตอนโพล้เพล้ มีร้านปิ้งย่างกับร้านนม-กาแฟรอบๆหนองเชียงตุงเยอะครับ ตอนขับมอเตอร์ไซค์วนดูมีวัยรุ่นมานั่งกินกันเยอะพอสมควร
สรุปจบทริปสำรวจเส้นทางเชียงตุงครับ
Read More
ถ้าไปเที่ยวแล้วไม่เจอเรื่องอะไรเลย จะมีอะไรมาเล่าหรือเปล่า
ถ้าเราไปเที่ยวที่ต่างๆแล้วไม่เจอเรื่องอะไรเลย การเดินทางฉลุย การกินอยู่ฉลุย การเที่ยวชมที่ต่างๆฉลุยหมด นอกจากคำว่าสวยจัง สวยมากที่เรามีให้สถานที่ต่างๆที่เราผ่านไปชม เราจะมีอะไรนอกเหนือจากนี้เพื่อเก็บไว้ประทับใจ หรือเล่าให้คนอื่นฟังหรือเปล่าครับ
การเที่ยวกระบี่ พีพี ก่อนหน้านี้ของผมเจอทุกรูปแบบเลยก็ว่าได้ ลงเครื่องปุ๊บเจอพี่คนท้องถิ่นใจดีขับรถมาส่งถึงท่าเรือ นั่งเรือหางยาวเที่ยว ลงเรือที่ชายหาดนึง เจอคนท้องถิ่นถืออีโต้วิ่งไล่ฟันนักท่องเที่ยวฝรั่ง
ตอนค่ำเข้าร้านอาหารไทย-ญี่ปุ่น บุฟเฟ่ต์ร้านนึง เข้าไปนั่งกินก็อร่อยดี แต่พอนั่งไปนานเข้า โดนป้าแกชำเลืองแล้วชำเลืองอีก ซักครู่มีฝรั่งเข้ามานั่ง เด็กเสิร์ฟไปรับออเดอร์ ป้าแกถามว่าเขาสั่งน้ำอะไร
เด็กตอบ “เขาบอกว่าเลเต้อ”
ป้าแกบอก “ไปบอกเขาว่าถ้าไม่สั่งน้ำ ไม่ให้กิน”
ไอ้ชุดเทปันยากิชุดสุดท้ายที่ผมสั่ง สงสัยแกเอาคลุกเกลือก่อนลงกะทะ เค็มมั่กๆ ประเภทเข้าปากปุ๊บแทบจะถุยออกมาครับ แต่ไม่กินก็ไม่ได้ เด๋วโดนปรับ 555
ไม่อร่อยหรอก ไม่ประทับใจร้านนี้ด้วย
แต่มีเรื่องเล่าให้คนอื่นฟังอีกนาน
กาญจนบุรี
ผมมีเพื่อนคนหนึ่งตั้งแต่ได้กล้องใหม่มาแกก็เอาแต่เที่ยว งานการทำหรือเปล่าก็ไม่รู้ เดี๋ยวก็ไปลพบุรี บ้างก็โผล่เมืองกาญจน์ เดี๋ยวโผล่เมืองน่าน ผมไม่ได้บอกนะว่าเป็นป้าอิ๋ว พวกคุณรู้เองตะหากผมไม่ได้บอกเลย อิจฉาเป็นเหมือนกันนะเนี่ย ไอ้เราทำงานงกๆๆๆไม่ได้ไปไหนเลย ตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม ผมป่วยเป็นไข้หวัดเป็นไอด้วย ที่ไอไม่เท่าไหร่แต่ไข้หวัดนั้นล่อผมซะงอมพระราม มีวันนึงที่เข้าขั้นตรีทูตเลยก็ว่าได้เพราะคุยกับใครไม่รู้เรื่องเลย ลูกสาวโทรมาจากขอนแก่น แกบอกในวันต่อมาว่าป๊าพูดอะไรไม่รู้เรื่องเลย นี่ล่อไปจะครบเดือนแล้วยังไม่หายดีเลย ไอค็อกๆแค่กๆ แต่ก็ยังดีที่ผมไอสระอ๊อกสระแอ๊ก ไม่ได้ไอสระอุ๊กครับ ด้วยความที่เบื่อการป่วยของตัวเอง เลยให้ขาพาไปสูดอากาศบริสุทธิ์ที่เมืองกาญจน์ เป้าหมายคือไม่มีจุดหมายครับ รู้แต่ว่าตีตั๋วนั่งรถลงปลายทางจังหวัดกาญจนบุรี ปรากฎว่านอกจากได้สูดอากาศที่ไม่เหมือนกรุงเทพฯแล้ว ยังได้ออกกำลังแบบไข้หายเป็นปลิดทิ้ง นั่นคือการเดินขึ้นเขาตามเส้นทางน้ำตกเอราวัณ น้ำตกมีทั้งหมด 7 ชั้นเรียงระดับชั้นไปตามภูเขา แหะๆ แต่ผมมีปัญญาขึ้นไปได้แค่ 5 ชั้น เหนื่อยหัวใจเต้นไม่ทันเลยไม่กล้าเดินต่อ

พอไปถึงก็นั่งสองแถวไปที่สะพานข้ามแม่น้ำแคว ถ่ายภาพมุมนี้ตามสูตร

ร้านขายของที่ระลึกที่บริเวณสะพานฯ

มีบริการให้นั่งรถรางข้ามสะพานฯด้วยครับ มุมนี้ถ่ายที่ฝั่งตรงข้าม

สะพานข้ามแม่น้ำแคว เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่ง สร้างขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร ได้แก่ ทหารอังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย ฮอลันดา และนิวซีแลนด์ประมาณ 61,700 คน และกรรมกรชาวจีน ญวน ชวา มลายู ไทย พม่า อินเดียอีกจำนวนมากมาก่อสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์เพื่อเป็นเส้นทางผ่านไปสู่ประเทศพม่า ซึ่งเส้นทางช่วงหนึ่งจะต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่จึง ต้องมีการสร้างสะพานขึ้น

การสร้างสะพานและทางรถไฟสายนี้เต็มไปด้วยความยากลำบาก ความทารุณของสงครามและโรคภัยตลอดจนการขาดแคลนอาหารทำให้เชลยศึกจำนวนหลายหมื่นคนต้องเสียชีวิตลง
ปัจจุบัน ชาวโลกต่างให้ สะพานข้ามแม่น้ำแคว เป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ

จากนั้นไปที่ บขส.เพื่อนั่งรถไปวนอุทยานแห่งชาติน้ำตกเอราวัณ นี่มาถึงแล้ว

อยู่ห่างจากตัวเมือง 65 กิโลเมตร ใช้เส้นทางสายกาญจนบุรี-ศรีสวัสดิ์ เมื่อถึงกิโลเมตรที่ 56 แยกซ้ายข้ามสะพานเข้าตลาดเขื่อนศรีนครินทร์ ตรงไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร

แต่ผมต้องหาที่พักก่อน มาถึงปุ๊บฝนก็ตกปั๊บ

ฝนตกหนักด้วย โทรสั่งอาหารให้มาส่งที่แพ กินเสร็จนอนเลย เหนื่อย

ตื่นเช้า(ตื่นสาย)ก็มาเจอฟ้าสวยเลย

อีกภาพ ก่อนเตรียมตัวไปเที่ยวน้ำตก

ทางเดินไปชมน้ำตก ห่างจากที่ทำการฯประมาณ 500 เมตร

บริเวณจุดชมวิว ที่ไม่ได้ค่อยได้ถายน้ำตกเพราะเดินเหนื่อยมากๆ ไม่มีแรงยกกล้องขึ้นมาถ่าย

ภาพนักท่องเที่ยวครับ อิอิ ถ่ายที่บริเวณน้ำตกชั้น 5

มีปัญญาเดินขึ้นมาได้แค่นี้ครับ เดินต่อไม่ไหวเอาไว้คราวหน้าละกัน

นั่งรถคันเดิมกลับเมืองกาญจน์ แล้วก็ต่อรถเข้ากรุงเทพฯ พร้อมกับหายป่วยในทันใด
กระบี่ (อีกครั้ง ๓)
แบกเป้เที่ยวกระบี่ ตอนที่ 1
แบกเป้เที่ยวกระบี่ ตอนที่ 2
—————————————-
ความจริงอยากจะเขียนแล้วโพสต์ลงเว็บถ่ายภาพหรือเว็บท่องเที่ยวเหมือนกันครับ แต่เนื่องจากภาพที่ถ่ายไม่ดีพอที่จะไปอวดชาวบ้านได้ แถมข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวก็ไม่มีจะไปบอกคนอื่นๆเขาอีก เราไปเห็นต้นมะพร้าวสองต้นเราก็เห็นแค่นี้ ไม่รู้เลยว่ามันอยู่ไฟลั่มสปีชี่ส์อะไร มีที่มาที่ไปยังไง ที่บ่นๆนี่เพราะว่าเว็บบางเว็บถ้าจะโพสต์รูปที่ไปเที่ยว เขาให้ลงข้อมูลสถานที่นั้นๆด้วยแน่ะ ไอ้เราดันรู้อยู่อย่างเดียวคือชื่อสถานที่ แหม..ก็อะนะ เราไปเที่ยวอะ ไม่ได้ไปทำ thesis วิชาภูมิศาสตร์หรือประวัติศาสตร์ บอกได้อยู่อย่างเดียวคือมันสวยมาก เสียอย่างเดียวคือกล้องผมไม่มีอุปกรณ์ที่จะถ่ายภาพเหล่านั้นให้ออกมาสวยอย่างที่ใจอยากได้ อย่างเช่น ฝูงปลาว่ายในน้ำใสๆนี่ผมถ่ายไม่ได้เลย (ไม่มี C-PL) ได้มาแต่แสงสะท้อนของดวงอาทิตย์บนผิวน้ำทะเล อยากได้ท้องฟ้าที่ฟ้าพร้อมกับภาพที่ชัดของต้นไม้นี่ก็ทำไม่ได้ หรือว่าเราถ่ายไม่เป็นหว่า

ท่าเรือบริเวณด้านหน้าเกาะจะมีเรือวิ่งเข้าออกตลอดวันเพื่อรับ-ส่งผู้โดยสาร
ตอนที่อยู่บนเกาะผมพักที่โรงแรมที่ใกล้ท่าเรือครับ แบบว่าขึ้นจากเรือถ้าเดินดีๆนี่ไม่ถึงสองนาทีด้วยซ้ำ อย่างว่ามาค้างคืนบนเกาะครั้งแรกเห็นโรงแรมแรกก็เดินเข้าเลย เสียดายตังค์เหมือนกัน แหะๆ เพราะค่าที่พักเป็นราคาสองเท่าของห้องพักที่ผมไปสอบถามตอนเดินขึ้นชมวิวเลย แต่ไม่เป็นไรครับ มีเงินขวัญถุงมาด้วยหนึ่งวันก่อนมาพอดี เรื่องของเรื่องคือที่บริษัทเก่าที่เคยทำงานเขาอยากให้พนักงานรู้เรื่องเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่บริษัทขาย พอดีผมรู้เรื่องนิดหน่อยเลยไปเล่าให้ฟังอยู่ 2-3 ชั่วโมง ได้ซองค่าตอบแทนมีธนบัตรในซองอยู่ครึ่งหมื่น ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีค่าตัวเยอะขนาดนี้เลย เคยแต่สอนคอมฯชั่วโมงละร้อยห้าสิบ
แต่ผมเดาเอาว่าคงเป็นเงินค่าที่ปรึกษาต่อไปภายหน้ามากกว่า ประมาณว่าซื้อใจกลัวผมขี้เกียจให้คำปรึกษา ถึงตรงนี้ผมป้องปากพูดเบาๆเลยว่าได้ใจผมไปแล้ว (ฮา)

ภายในบริเวณเกาะพีพี ในวันที่นักท่องเที่ยวเบาบางอันเนื่องจากไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยว
ที่บนเกาะพีพีส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวต่างประเทศซักเกินเก้าสิบเปอร์เซนต์ครับ มีร้านรวงขายของที่ระลึก ขายอุปกรณ์เกี่ยวกับการดำน้ำ อุปกรณ์เกี่ยวกับการท่องเที่ยวบนเกาะและบริเวณใกล้เคียง มีบริษัทนำเที่ยวทั้งของไทยและต่างประเทศ ทั้งนำเที่ยวดูปะการัง ดำน้ำตื้น ดำน้ำลึก ทุกวันนี้มีร้านอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงผุดราวดอกเห็ดครับ ราคาค่าใช้บริการก็นาทีละสองบาท ผมว่า 5-10 นาทีนี่เกินพอสำหรับเช็คและส่งเมล์ครับ เพราะทุกร้านเป็นไฮสปีดอินเตอร์เน็ตทั้งนั้น (ไปได้ไงไม่รู้) ถ้าใครนึกภาพไม่ออกให้หลับตานึกถึงถนนข้าวสารครับ เหมือนกันทั้งรูปแบบ ร้านค้า ผับ คาเฟ่และนักท่องเที่ยว ต่างกันอย่างเดียวตรงที่ที่ข้าวสารไม่มีนักท่องเที่ยวฝรั่ง หรือสาวหมวยใส่บิกินี่เดินไปเดินมาให้เราดูเท่านั้นเอง
ถ้าเราไปโดยยังไม่ได้ซื้อทัวร์หรือแพคเกจท่องเที่ยวจากที่ใด บนเกาะจะมีบริษัทนำเที่ยวซึ่งเขาจัดแพคเกจ One Day Trip ไว้ให้เราเลือกว่าจะไปเที่ยวที่ไหนครับ ซึ่งก็มีดูปลา ปะการัง ปีนเขา มุดถ้ำ แล้วแต่เราจะเลือกครับ สนนราคาประมาณ 500 – 1000 บาทต่อคน การซื้อแพคเกจแบบนี้เราจะไปกับนักท่องเที่ยวอื่นๆครับ เมื่อจำนวนครบตามที่ต้องการแล้วทางบริษัทก็จะพาไปลงเรือเที่ยวตามรายการ ทัวร์เหล่านี้จะออกตั้งแต่ช่วงเช้าครับ (ประมาณ 9 ถึง 11 โมง)

เรือหางยาวนำเที่ยวและรับจ้างรับส่งนักท่องเที่ยวเพื่อเดินทางไปบริเวณที่พักที่อยู่ไกลออกไป
แต่มีอีกวิธีหนึ่งที่ผมอยากจะแนะนำคือการใช้บริการเรือหางยาวที่มีบนเกาะครับ เป็นบริการที่มีคู่เกาะพีพีเลยก็ว่าได้ บริการนี้เหมาะสำหรับกลุ่มของนักท่องเที่ยวไม่เกิน 3 คนครับ ค่าใช้บริการประมาณ 1 พันบาทต่อ 3 ชั่วโมงแล้วแต่จะต่อรองครับ ผมว่าคุ้มค่าทีเดียวถ้าไปกันสามคนก็ตกราวคนละสามร้อยกว่าบาท ถูกกว่าซื้อทัวร์ one-day อีก อ้อ วันที่ผมใช้บริการ สามารถต่อรองเพิ่มเวลาเป็น 4 ชั่วโมงได้ด้วยครับ

บริเวณที่เรือหางยาวพามาดำน้ำดูปะการัง

แล้วก็แวะชายหาดอีกฟากนึงของเกาะ ตอนผมลงเรือลงไปเดินเล่นเจอคนพื้นเมืองถืออีโต้ไล่ฟันนักท่องเที่ยวฝรั่งที่นี่ด้วย ไม่รู้นักท่องเที่ยวไปก่อกวนอะไรแก

กลับจากนั่งเรือเที่ยว ยังมีแรงมาเดินเล่นบริเวณชายหาดหลังที่พัก แถวนี้มีกองเศษวัสดุเอาไว้รกสายตาอยู่เยอะเหมือนกันครับ คาดว่าคงกำลังพยายามบูรณะกันอยู่

นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำที่นี่ก็เยอะ ยิ่งตอนสายๆหน่อยนึง ฝรั่งหญิงท๊อปเลส(topless)อาบแดดกันเป็นแถว ตอนเดินผ่านนี่ผมต้องเก็บกล้องเดี๋ยวหาว่าผมทะลึ่ง

จุดชมวิวข้างบน ซึ่งเป็นทางสำหรับหนีคลื่นยักษ์ด้วย ทางขึ้นเขาทำเป็นขั้นบันได แต่กว่าจะขึ้นถึงเล่นเอาเหงื่อตกกีบ แบบนี้ชาตินี้จะมีปัญญาขึ้นภูกระดึงครั้งที่ 6 ไหมหนอ หรือว่าจะขึ้นทาง ฮ.ของกองทัพอากาศดี ก็คนรวยรักธรรมชาติมันผิดตรงไหน อิอิ


ความเห็นล่าสุด