ภูเก็ต กระบี่ EP.3 – บนเกาะพีพี
บนเกาะพีพีจะเหมือนเมืองอีกเมืองที่มีคนไทยเป็นชนกลุ่มน้อย อาหารการกินจะมีอาหารไทยเป็นส่วนน้อยเช่นกัน ค่าใช้จ่ายถือว่าแพงเอาการถ้าเทียบกับส่วนอื่นๆ(ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว)ของประเทศไทย ที่พักมีหลายระดับแต่ส่วนใหญ่ราคาจะขึ้นลงตามฤดูกาล ถ้าเป็นไฮซีซั่นราคาจะสูงมาก ส่วนตอนที่ไปนี่ยังเป็นหน้าโลว์เลยสามารถหาที่พักได้ในราคาที่สบายกระเป๋าหน่อย

ชายหาดด้านหลังเกาะ
ภูเก็ต กระบี่ EP.2 – ไปเกาะพีพี
ให้น้องรัตน์เพื่อนของเค้กที่ทำงานบริษัททัวร์เป็นธุระจัดหาตั๋วโดยสารเรือ ได้ของบริษัท Phi Phi Cruiser ในราคาที่ไม่บอก อิอิ เพิ่งรู้ว่ามีวิธีไปเกาะพีพีหลายวิธีมากจากหลายๆที่หลายๆจังหวัด คราวที่แล้วไปโดยเรือโดยสารจากกระบี่ ราคามาตรฐานสำหรับนักท่องเที่ยวคือ คนละ 350 บาทต่อเที่ยว หรือไป-กลับคนละ 700 บาท แต่คราวนี้ได้ตั๋วราคาถูกกว่ามาก การที่มีเพื่อนทำบริษัททัวร์นี่ก็ดีไปอย่าง ลดค่าใช้จ่ายได้พอสมควร อย่างตั๋วเข้าภูเก็ตแฟนตาซี ถ้าซื้อโดยไม่ผ่านเอเย่นต์จะอยู่ที่ 1,900 บาทต่อคน (ถ้าหลายคนก็คูณข้าไป) ในขณะที่น้องรัตน์หาตั๋วเต็มรูปแบบ(อาหาร+โชว์)ให้ได้ที่หนึ่งพันต้นๆ
ตื่นแต่เช้าเอารถไปเติมน้ำมันให้เต็มถังเพื่อคืนให้ Budget โดยฝากรถที่จะคืนไว้ที่โรงแรม Sugar Palm หาดกะรน แล้วขึ้นรถตู้ของ Phi Phi Cruiser เพื่อไปที่ท่าเรือ

บนเรือพีพีครุซเซอร์ Phi Phi Cruiser
กระบี่ (อีกครั้ง ๓)
แบกเป้เที่ยวกระบี่ ตอนที่ 1
แบกเป้เที่ยวกระบี่ ตอนที่ 2
—————————————-
ความจริงอยากจะเขียนแล้วโพสต์ลงเว็บถ่ายภาพหรือเว็บท่องเที่ยวเหมือนกันครับ แต่เนื่องจากภาพที่ถ่ายไม่ดีพอที่จะไปอวดชาวบ้านได้ แถมข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวก็ไม่มีจะไปบอกคนอื่นๆเขาอีก เราไปเห็นต้นมะพร้าวสองต้นเราก็เห็นแค่นี้ ไม่รู้เลยว่ามันอยู่ไฟลั่มสปีชี่ส์อะไร มีที่มาที่ไปยังไง ที่บ่นๆนี่เพราะว่าเว็บบางเว็บถ้าจะโพสต์รูปที่ไปเที่ยว เขาให้ลงข้อมูลสถานที่นั้นๆด้วยแน่ะ ไอ้เราดันรู้อยู่อย่างเดียวคือชื่อสถานที่ แหม..ก็อะนะ เราไปเที่ยวอะ ไม่ได้ไปทำ thesis วิชาภูมิศาสตร์หรือประวัติศาสตร์ บอกได้อยู่อย่างเดียวคือมันสวยมาก เสียอย่างเดียวคือกล้องผมไม่มีอุปกรณ์ที่จะถ่ายภาพเหล่านั้นให้ออกมาสวยอย่างที่ใจอยากได้ อย่างเช่น ฝูงปลาว่ายในน้ำใสๆนี่ผมถ่ายไม่ได้เลย (ไม่มี C-PL) ได้มาแต่แสงสะท้อนของดวงอาทิตย์บนผิวน้ำทะเล อยากได้ท้องฟ้าที่ฟ้าพร้อมกับภาพที่ชัดของต้นไม้นี่ก็ทำไม่ได้ หรือว่าเราถ่ายไม่เป็นหว่า

ท่าเรือบริเวณด้านหน้าเกาะจะมีเรือวิ่งเข้าออกตลอดวันเพื่อรับ-ส่งผู้โดยสาร
ตอนที่อยู่บนเกาะผมพักที่โรงแรมที่ใกล้ท่าเรือครับ แบบว่าขึ้นจากเรือถ้าเดินดีๆนี่ไม่ถึงสองนาทีด้วยซ้ำ อย่างว่ามาค้างคืนบนเกาะครั้งแรกเห็นโรงแรมแรกก็เดินเข้าเลย เสียดายตังค์เหมือนกัน แหะๆ เพราะค่าที่พักเป็นราคาสองเท่าของห้องพักที่ผมไปสอบถามตอนเดินขึ้นชมวิวเลย แต่ไม่เป็นไรครับ มีเงินขวัญถุงมาด้วยหนึ่งวันก่อนมาพอดี เรื่องของเรื่องคือที่บริษัทเก่าที่เคยทำงานเขาอยากให้พนักงานรู้เรื่องเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่บริษัทขาย พอดีผมรู้เรื่องนิดหน่อยเลยไปเล่าให้ฟังอยู่ 2-3 ชั่วโมง ได้ซองค่าตอบแทนมีธนบัตรในซองอยู่ครึ่งหมื่น ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีค่าตัวเยอะขนาดนี้เลย เคยแต่สอนคอมฯชั่วโมงละร้อยห้าสิบ
แต่ผมเดาเอาว่าคงเป็นเงินค่าที่ปรึกษาต่อไปภายหน้ามากกว่า ประมาณว่าซื้อใจกลัวผมขี้เกียจให้คำปรึกษา ถึงตรงนี้ผมป้องปากพูดเบาๆเลยว่าได้ใจผมไปแล้ว (ฮา)

ภายในบริเวณเกาะพีพี ในวันที่นักท่องเที่ยวเบาบางอันเนื่องจากไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยว
ที่บนเกาะพีพีส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวต่างประเทศซักเกินเก้าสิบเปอร์เซนต์ครับ มีร้านรวงขายของที่ระลึก ขายอุปกรณ์เกี่ยวกับการดำน้ำ อุปกรณ์เกี่ยวกับการท่องเที่ยวบนเกาะและบริเวณใกล้เคียง มีบริษัทนำเที่ยวทั้งของไทยและต่างประเทศ ทั้งนำเที่ยวดูปะการัง ดำน้ำตื้น ดำน้ำลึก ทุกวันนี้มีร้านอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงผุดราวดอกเห็ดครับ ราคาค่าใช้บริการก็นาทีละสองบาท ผมว่า 5-10 นาทีนี่เกินพอสำหรับเช็คและส่งเมล์ครับ เพราะทุกร้านเป็นไฮสปีดอินเตอร์เน็ตทั้งนั้น (ไปได้ไงไม่รู้) ถ้าใครนึกภาพไม่ออกให้หลับตานึกถึงถนนข้าวสารครับ เหมือนกันทั้งรูปแบบ ร้านค้า ผับ คาเฟ่และนักท่องเที่ยว ต่างกันอย่างเดียวตรงที่ที่ข้าวสารไม่มีนักท่องเที่ยวฝรั่ง หรือสาวหมวยใส่บิกินี่เดินไปเดินมาให้เราดูเท่านั้นเอง
ถ้าเราไปโดยยังไม่ได้ซื้อทัวร์หรือแพคเกจท่องเที่ยวจากที่ใด บนเกาะจะมีบริษัทนำเที่ยวซึ่งเขาจัดแพคเกจ One Day Trip ไว้ให้เราเลือกว่าจะไปเที่ยวที่ไหนครับ ซึ่งก็มีดูปลา ปะการัง ปีนเขา มุดถ้ำ แล้วแต่เราจะเลือกครับ สนนราคาประมาณ 500 – 1000 บาทต่อคน การซื้อแพคเกจแบบนี้เราจะไปกับนักท่องเที่ยวอื่นๆครับ เมื่อจำนวนครบตามที่ต้องการแล้วทางบริษัทก็จะพาไปลงเรือเที่ยวตามรายการ ทัวร์เหล่านี้จะออกตั้งแต่ช่วงเช้าครับ (ประมาณ 9 ถึง 11 โมง)

เรือหางยาวนำเที่ยวและรับจ้างรับส่งนักท่องเที่ยวเพื่อเดินทางไปบริเวณที่พักที่อยู่ไกลออกไป
แต่มีอีกวิธีหนึ่งที่ผมอยากจะแนะนำคือการใช้บริการเรือหางยาวที่มีบนเกาะครับ เป็นบริการที่มีคู่เกาะพีพีเลยก็ว่าได้ บริการนี้เหมาะสำหรับกลุ่มของนักท่องเที่ยวไม่เกิน 3 คนครับ ค่าใช้บริการประมาณ 1 พันบาทต่อ 3 ชั่วโมงแล้วแต่จะต่อรองครับ ผมว่าคุ้มค่าทีเดียวถ้าไปกันสามคนก็ตกราวคนละสามร้อยกว่าบาท ถูกกว่าซื้อทัวร์ one-day อีก อ้อ วันที่ผมใช้บริการ สามารถต่อรองเพิ่มเวลาเป็น 4 ชั่วโมงได้ด้วยครับ

บริเวณที่เรือหางยาวพามาดำน้ำดูปะการัง

แล้วก็แวะชายหาดอีกฟากนึงของเกาะ ตอนผมลงเรือลงไปเดินเล่นเจอคนพื้นเมืองถืออีโต้ไล่ฟันนักท่องเที่ยวฝรั่งที่นี่ด้วย ไม่รู้นักท่องเที่ยวไปก่อกวนอะไรแก

กลับจากนั่งเรือเที่ยว ยังมีแรงมาเดินเล่นบริเวณชายหาดหลังที่พัก แถวนี้มีกองเศษวัสดุเอาไว้รกสายตาอยู่เยอะเหมือนกันครับ คาดว่าคงกำลังพยายามบูรณะกันอยู่

นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำที่นี่ก็เยอะ ยิ่งตอนสายๆหน่อยนึง ฝรั่งหญิงท๊อปเลส(topless)อาบแดดกันเป็นแถว ตอนเดินผ่านนี่ผมต้องเก็บกล้องเดี๋ยวหาว่าผมทะลึ่ง

จุดชมวิวข้างบน ซึ่งเป็นทางสำหรับหนีคลื่นยักษ์ด้วย ทางขึ้นเขาทำเป็นขั้นบันได แต่กว่าจะขึ้นถึงเล่นเอาเหงื่อตกกีบ แบบนี้ชาตินี้จะมีปัญญาขึ้นภูกระดึงครั้งที่ 6 ไหมหนอ หรือว่าจะขึ้นทาง ฮ.ของกองทัพอากาศดี ก็คนรวยรักธรรมชาติมันผิดตรงไหน อิอิ
กระบี่ (ครั้งถัดมา ๑)
การเที่ยวกระบี่ในครั้งนี้เกิดจากการมือบอน ไปคลิกซื้อตั๋วเครื่องบินราคา 99 บาทในอีเมล์จากไทยแอร์เอเชีย ตั้งแต่ช่วงสงกรานต์โน้นแน่ะ อีกอย่างตอนนั้นเพิ่งกลับจากเที่ยวอ่าวฮาลอง ที่เวียดนาม แล้วยังติดใจในความงดงาม ทำให้นึกถึงชายฝั่งอันดามันของไทยซึ่งเป็นความทรงจำที่เลือนมาก อาจจะเป็นเพราะเคยไปมานานมากแล้วหรือผม(แก่)เลอะเลือนเอง อันนี้ก็ไม่ทราบได้
มีตัวเลือกอยู่ในหัว 3 จังหวัดคือ กระบี่ พังงา ภูเก็ต ที่มีพังงาเข้ามาในตัวเลือกเพราะอยากนั่งเรือเที่ยวชายฝั่งอ่าวพังงา นั่งเรือมุดถ้ำลอด ดูเขาตะปู เขาพิงกัน ขึ้นเกาะปันหยี(ชื่อนี้หรือเปล่าไม่แน่ใจ) อีกอย่างผมเห็นในเบื้องหลังการถ่ายทำหนังเอ๊กซ์ที่ก๊อปมาจากพี่สาธิต เอ… หรือว่าพี่สาธิตก๊อปจากผมจำไม่ได้แล้ว มีถ่ายทำที่ชายหาดโดยฉากหลังเป็นเขาตะปูด้วย มันไปถ่ายทำกันยังไงฟะ งง นักท่องเที่ยวออกตรึม ถ้าใครนึกภาพไม่ออก ให้นึกการถ่ายทำหนังชนิดที่ว่าที่อนุสาวรีย์ชัยฯตอนกลางวันแสกๆครับ นึกออกยัง?

แต่ก็คิดถึงพีพีมากกว่าการไปดูสถานที่ถ่ายทำหนังไอ้มดแดง เลยจองตั๋วเครื่องบินไปกระบี่แทน จากนั้นก็ปล่อยทิ้งไว้จนถึงวันออกเดินทาง โดยที่ไม่ได้ติดต่อที่พัก ไม่ได้ติดต่อบริษัททัวร์ ไม่ได้วางแผนการเที่ยวไม่ได้อะไรซักอย่าง มีเพียงตั๋วเครื่องบินไป-กลับอยู่ในมือ เรียกว่าไปตายเอาดาบหน้าว่างั้นเหอะ

ผมออกจากกรุงเทพประมาณ 10 โมง 20 นาทีถึงกระบี่เกือบๆเที่ยง พอลงจากเครื่องเดินลงมาที่บริเวณด้านหน้าอาคารที่พักผู้โดยสาร จะมีบริษัททัวร์และโรงแรมมารอรับลูกค้า ส่วนคนที่ไม่มีคนมารอรับ เราสามารถใช้บริการแท๊กซี่ที่นี่ได้ครับ สนนราคาจากสนามบินไปถึงท่าเรือ(บริเวณศูนย์ราชการแห่งใหม่)เพื่อไปเกาะพีพี 350 บาทถ้วน แต่ถ้าต้องการไปอ่าวนาง ผมคิดว่าค่าใช้บริการก็ไม่น่าจะน้อยกว่ากันซักเท่าไหร่
คนที่มากระบี่ด้วยตัวเองเป็นครั้งแรกคงไม่แคล้วใช้บริการแท๊กซี่ดังกล่าว แต่คนที่ศึกษามาก่อนหรือเคยมาแล้วจะรู้ว่าที่ด้านหน้าสนามบิน เดินออกไประมาณไม่เกินสามร้อยเมตรจะมีถนนใหญ่และมีรถสองแถววิ่งเข้าออกในเมืองตลอดวันครับ ค่าบริการประมาณ 20-40 บาทแล้วแต่ว่าเป็นรถชนิดไหน ถ้าจะเข้าในเมืองให้เดินไปฝั่งตรงข้ามสนามบินนะครับ

ที่ท่าเรือจะมีเรือออกไปพีพีวันละสองครั้งคือช่วงเช้า 9 โมงและตอนบ่าย 3 โมง ราคาค่าโดยสารสำหรับนักท่องเที่ยว 350 บาทต่อคน และคนละ 150 บาทสำหรับคนท้องถิ่น ถ้าเราสะพายกระเป๋าเข้าไปถามตอนซื้อตั๋วว่า “เท่าไรครับ” เจ้าหน้าที่จะบอกว่า “สามร้อยห้าสิบบาทครับ”
แต่ถ้าเราเดินเข้าไปแล้ววางเงิน 150 บาท เจ้าหน้าที่จะออกตั๋วโดยสารชนิดสำหรับคนท้องถิ่นให้เราครับ ความรู้นี้ผมซื้อมาด้วยเงินหลายบาทครับ อิอิ

พอถึงเกาะพีพี ผมเดินเข้าไปพักที่พีพีโฮเต็ลครับ สนนราคาค่าห้องคืนละ 1,400 บาท ขึ้นกับว่าเราไปช่วงไหนครับ ถ้าเป็นช่วงหน้าท่องเที่ยว คริสมาสต์หรือปีใหม่ค่าห้องจะขึ้นเป็นหลายพันบาทเลยทีเดียว คำแนะนำของผมคือถ้าเราไปช่วงที่ไม่ได้เป็นหน้าท่องเที่ยว ให้เดินเข้าไปแล้วค่อยไปถามทีละที่เลยครับ ค่อยๆเดินถามไปเรื่อยๆบางทีจะเจอห้องราคาถูกอย่างไม่น่าเชื่อ ยิ่งตรงทางเดินขึ้นจุดชมวิว ผมสอบถามดูห้องพักแบบสองเตียงคืนละ 700 บาทเองครับ ซึ่งทางเจ้าของที่พักเขาบอกถ้าเป็นไฮซีซั่น ค่าห้องจะขึ้นถึง 4,500 บาทต่อคืนเลยทีเดียว
(ยังมีต่อ – to be continued)


ความเห็นล่าสุด